2552/10/07

เตือนภัย : โรคที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์

รู้มั้ย...โรคที่อาจเกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์มีอะไรบ้างนะ?

สำหรับคน ที่ชอบเล่นคอมพิวเตอร์หรือมีความจำเป็นที่จะต้องใช้คอมพิวเตอร์อยู่เป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ อาจจะต้องเผชิญกับโรคที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายทั้งทางตรงและทางอ้อมมากมากหลายโรค


โรคแรกที่มักจะพบกันบ่อยๆ แต่หลายคนอาจจะไม่รู้ตัวก็คือ 'โรค Cumulative Trauma Disorders' (ความผิดปกติจากอุบัติภัยสะสม) อาการของโรคจะค่อยเป็นค่อยไป จะมีอาการปวดคอ ไหล่ ข้อมือ และหลัง ผู้ที่เป็นมากๆ อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการชาที่มือ อาการของโรคพวกนี้แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะแรกเป็นแล้วหายเมื่อได้พัก ระยะสองคือ มีอาการต่อเนื่องถึงกลางคืน และหายเมื่อได้พัก ระยะสามคือ เป็นตลอดเวลาไม่หายเมื่อได้พัก การรักษาคือ ต้องปรับพฤติกรรมการทำงานของตนเองก่อน หรือถ้าเป็นมากควรปรึกษาแพทย์ และควรเล่าประวัติการทำงาน ให้แพทย์ทราบสาเหตุที่แท้จริง แพทย์จึงจะรักษาเจาะจงเฉพาะที่ได้

โรคนี้มีความคล้ายกับโรคจากการทำงานซ้ำซาก ซึ่งนักกายภาพบำบัดอธิบายว่า พบมากในผู้ที่ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน มักจะมีอาการชาข้อมือ หรือที่เรียกว่า กลุ่มอาการอุโมงค์ข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) เกิดเนื่องจากการใช้งานซ้ำๆ ที่บริเวณข้อมือ ทำให้เอ็นรอบๆ ข้อมือหนาตัวขึ้นแล้วไปกดเส้นประสาทที่วิ่งผ่าน ทำให้เกิดอาการชาและเจ็บได้ ซึ่งการรักษานอกจากทางกายภาพ โดยใช้ความร้อนทำให้บริเวณที่จับหนาตัวขึ้นนิ่มลงและยืดมันออก ทำให้อุโมงค์ที่เส้นประสาทลอดผ่านขยายตัวได้ แต่ถ้าผู้ที่เป็นมากๆ จะมีอาการชาจนกระทั่งกล้ามเนื้ออ่อนแรงลงไป การผ่าตัดคือ วิธีรักษาที่ดีที่สุด


ส่วนโรคต่อมาชื่อโรคนั้นอาจจะดูแปลกประหลาดอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว … 'โรคทนรอไม่ได้' (Hurry Sickness) มักจะเกิดกับผู้ที่เล่นอินเทอร์เน็ต ที่ทำให้กลายเป็นคนขี้เบื่อ หงุดหงิดง่าย ใจร้อน เครียดง่าย เช่น ทนรอเครื่องดาวน์โหลดนานๆ ไม่ได้ กระวนกระวาย หากมีอาการมากๆ ก็จะเข้าข่ายโรคประสาทได้ ท่านจึงควรปรับเปลี่ยนลักษณะงาน และพยายามควบคุมอารมณ์ตนเองไว้บ้าง มิฉะนั้นท่านจะเป็นคนที่เสียทั้งงานและเสียทั้งเพื่อนได้

'โรคภูมิแพ้' สำหรับโรคนี้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสตอก โฮล์ม ในสวีเดนพบว่า สารเคมีจากจอคอมพิวเตอร์ ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ สารนี้มีชื่อว่า Triphenyl Phosphate ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในจอวิดีโอ และคอมพิวเตอร์ สามารถก่อให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ เช่น คัน คัดจมูก และปวดศีรษะ ผลวิจัยพบว่า เมื่อจอคอมพิวเตอร์ร้อนขึ้นจะปล่อยสารเคมีดังกล่าวออกมา โดยเฉพาะหากสภาพภายในห้องทำงานที่มีเนื้อที่จำกัด เครื่องคอมพิวเตอร์อาจจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ ดังนั้น อากาศที่ดีจึงจำเป็นอย่างยิ่ง


ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่ากิจกรรมที่เรามองว่าเป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลายความเครียดจะมีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของเราขนาดนี้ สำหรับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์บ่อยๆ คงต้องระวังซะแล้วล่ะค่ะ

2552/10/02

ประโยชน์ของพริกป่น

เพื่อนๆหลายๆคนคงรับประทานพริกป่นกันบ่อยๆใช่ไหมคะ หลายๆคนอาจจะรู้ถึงโทษของพริกป่นแล้ว แต่เคยรู้หรือไม่ว่าพริกป่นก็มือมีประโยชน์เหมือนกันนะคะ วันนี้เกวจึงนำเรื่องนี้มาฝากค่ะ ลองอ่านดูนะคะ...

1. ในพริกป่นมีทั้งรสและกลิ่นเผ็ดร้อนที่ช่วยให้เกิดอาการตื่นตัว ซึ่งส่วนประกอบในพริกทีทำเรารู้สึกอย่างนั้นก็คือ capsaicin

2. มีการศึกษาพบว่า capsaicin ในพริกมีความสามารถในการกำจัดเซลล์มะเร็ง โดยไม่ทำลายเซลล์ดีภายในร่างกาย ซึ่งอีกไม่นานจะมีการแนะนำให้ใช้ capsaicin ในการรักษามะเร็ง นับเป็นการบำบัดแบบใหม่ที่มีทิศทางที่ดีในอนาคต

3. พริกป่นมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย ของกล้ามเนื้อหลังได้ดี คุณสามารถบำบัดอาการปวดเมื่อย ได้ที่บ้านด้วยการใช้พริกป่นใส่ลงในอาหารที่รับประทาน

4. พริกป่นช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติหลังจากมื้ออาหารที่คุณตัดลดคาร์โบไฮเดรตลงไป เพราะฉะนั้นจึงมีการศึกษาเพื่อจะใช้พริกป่นมาช่วยในการบำบัดรักษาโรคอ้วนอยู่ในขณะนี้

5. ส่วนผสมอันดับหนึ่งที่ช่วยในการทำความสะอาด หรือดีท็อกซ์ร่างกายก็คือพริกป่น เพราะในพริกป่นมีสารที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการทำความสะอาดร่างกายด้วยตัวเอง ทั้งยังช่วยยับยั้งเมือกที่จับอยู่ภายในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วย

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็ต้องหาอาหารแซบด้วยพริกป่น มารับประทานกันบ้างนะคะ แต่ว่าอย่ารับประทานบ่อยมากเกินไป เพราะพริกป่นก็มีข้อเสียเหมือนกันค่ะ ^______^

2552/09/27

กฎ 5 ข้อ เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง


กฎข้อแรก ท่านควรกินอาหารพวกจำพวกผักตระกูลกระหล่ำให้มาก เช่น กระหล่ำปลีกระหล่ำดอก ผักคะน้า หัวผักกาด เป็นต้น ผักเหล่านี้ช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็กส่วนปลาย กระเพาะอาหารได้



กฎข้อที่สอง ท่านควรกินอาหารที่มีกากมาก ๆ เช่น ผัก ผลไม้ ข้าว ข้าวโพด และเมล็ดธัญญาพืช อื่น ๆ เพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่



กฎข้อที่สาม ท่านควรกินอาหารที่มีเบต้า-แคโรทีน และวิตามินเอสูง เช่นผักสด ผลไม้สีเขียวสีเหลือง เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร กล่องเสียงและมะเร็งปอด



กฎข้อที่สี่ ท่านควรกินอาหารมีวิตามินซีสูง เช่น ผักสด ผลไม้ต่าง ๆ ที่มีรสเปรี้ยวป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งกระเพาะอาหาร



กฎข้อสุดท้าย ท่านควรกินอาหารที่มีไขมันต่ำเพราะอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดโรคอ้วนที่มีส่วนสัมพันธ์กับมะเร็งถุงน้ำดี มะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ใหญ่นอกจากนี้ยังพบว่าการออกกำลังกายและ การลดการกินอาหารที่มีไขมันสูงจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเหล่านี้ได้

2552/09/24

เตือนภัย : ข้อปฏิบัติที่ควรรู้เกี่ยวกับฟอร์เวิร์ดเมล

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ...

พ.ร.บ.ว่าด้วย การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นกฎหมายที่ออกมาใช้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งการกระทำความผิดก็มีหลายอย่าง อาทิ การนำเข้าข้อมูลและเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสม การนำภาพตัดต่อ ดัดแปลง เข้าสู่ระบบจนทำให้ผู้อื่นเสียหายได้รับความอับอาย การแฮ็กระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกัน เข้าไปดูหรือขโมยข้อมูลของผู้อื่น แอบดักรับข้อมูลของผู้อื่นระหว่างส่งข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ ส่งข้อมูลหรืออีเมล ที่ปลอมแปลงที่มา (สแปม เมล) ทำให้รบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น ฯลฯ

อย่างไรก็ตามปกติผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์มักจะ ต้องใช้อีเมลเพื่อติดต่อสื่อสาร ซึ่งอีเมลที่เราได้รับอาจมีทั้งได้จากคนรู้จักและไม่รู้จัก เนื้อหาที่สื่อสารก็แตกต่างกันไป เราจึงต้องกลั่นกรองก่อนหากจะส่งต่อ ซึ่งการฟอร์เวิร์ดเมลที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ได้แก่ อีเมลที่มีเนื้อหาก่อให้เกิดความเสียหายให้ผู้หนึ่งผู้ใด อีเมลที่สร้างความตื่นตระหนก ตกใจ แก่คนทั่วไป อีเมลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ สถาบัน หรือเป็นความผิดด้านก่อการร้าย และอีเมลที่มีเนื้อหา ภาพลามกอนาจาร

จริงๆ แล้วการใช้งานอีเมลให้ปลอดภัยมีหลักง่ายๆ ที่สามารถปฏิบัติได้ คือ ให้ระวังอีเมลที่ส่งมาจากคนที่ไม่รู้จัก ถ้าไม่แน่ใจให้ลบทิ้งทันที อย่าเปิดไฟล์ที่แนบมากับอีเมล หากมาจากแหล่งที่ไม่น่าไว้วางใจ

อย่าฟอร์เวิร์ดเมล หรือคลิปภาพลามกหรือข้อความที่อาจทำให้ผู้อื่นเสียหาย หรือเป็นข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติและสถาบัน และหลีกเลี่ยงส่งข้อมูลที่เป็นความลับทางอีเมล และอย่าให้ข้อมูลส่วน ตัวทางเว็บไซต์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ในกรณีที่จำเป็นต้องส่งควรจะมีการเข้ารหัส หรือใช้พับลิค คีย์ อินฟราสตรัคเจอร์ และหากไม่จำเป็นไม่ควรใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นสาธารณะ ต่างถิ่น ต่างประเทศ เพราะมีโอกาสที่จะถูกดักจับข้อมูลจากคีย์บอร์ด

นอกจากนี้หากจะเข้าใช้งานในเว็บไซต์ใด ควรจะพิมพ์ชื่อเว็บไซต์นั้น ๆ ด้วยตนเองมากกว่ากดจากลิงก์ที่มีคนส่งมา เพื่อป้องกันการโดนไวรัส ในส่วนขององค์กรสามารถลดความเสี่ยงด้วยการออกกฎระเบียบในการใช้ อีเมล เพื่อไม่ให้พนักงานใช้อีเมลแบบผิดกฎหมาย ซึ่งในบางองค์กรอาจมีการทำอีเมล คอนเทนต์ มอนิเตอริ่ง เพื่อป้องกันการนำข้อมูลที่สำคัญส่งผ่านอีเมลออกไปภายนอกจากคนขององค์กร


จำไว้นะคะ ว่าอีเมลหากใช้งานถูกวิธีก็มีประโยชน์มาก ก่อนที่จะฟอร์เวิร์ดเมลอะไรควรกลั่นกรองดูซักนิด เพื่อให้เราไม่ต้องเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายค่ะ

2552/09/22

เฉพาะสายศิลป์**

*หลายคนสงสัยทำไมต้องเฉพาะสายศิลป์ ก็เพราะสายศิลป์ต้องท่องจำไวยกรณ์ ไม่ได้ท่องจำสูตร การอ่านของสายศิลป์คือการอ่านบ่อยๆให้ค่อยๆซึมเข้าไปในหัว ไม่ใช่ท่องจำถึงที่มาที่ไปของสูตร และอีกอย่างวิธีเหล่านี้ใช้ไม่ได้ในเด็กสายวิทย์*




อย่างแรกที่ต้องแนะนำ

1.กิน...ถ้าในระหว่างนี้คุณยังกลัวความอ้วนอยู่ ขอแนะนำให้ปิดหน้าต่างนี้ไปเลย ไม่ใช่ขยับปากเคี้ยวแล้วจะคิดออกนะ -*- แต่สมอง(ซึ่งถูกคุณใช้งานอย่างหนัก)ก็ต้องการสารอาหาร ควรจะเป็นของหวาน (แนะนำช๊อคโกแลต) คุณลองกินสิ จะรู้สึกมีพลังขึ้นมาอีก 25% และก็กินเข้าไปเลย กินๆๆ ไม่เป็นไร สอบเสร็จแล้วเราลดได้ นอกจากนี้ สมองยังต้องการการผ่อนคลาย ซึ่งจะกลายเป็นหัวข้อที่ 2

2.สุขภาพจิตดี... ถ้าคุณเครียดทั้งวันทั้งคืน หนำซ้ำพ่อแม่ยังนั่งเฝ้า ...ตี 2 คุณเริ่มฟุบ พ่อคุณถามว่า "จะนอนแล้วหรอ?" ...หัวคุณก็จะหมกมุ่นอยู่กับความอึดอัด ในขณะที่สายตาของคุณกวาดไปมา และสมองคุณเกร็งอย่างแรง กลับจำอะไรไม่ได้เลย คุณคิดว่าคุณเครียดแล้วจะอ่านหนังสือได้เยอะงั้นหรือ...เปล่าเลย คุณโกหกตัวเอง เหมือนเอาเชือกมารัดหัวแล้วบอกตัวเองว่า ฉันอ่านหนังสือหนักจนปวดหัวเลยนะเนี่ย...ข้อนี้แนะนำให้กินน้ำ ล้างหน้าบ่อยๆ ออกไปเดินเล่นซัก 10 นาทีคงไม่ทำให้คุณสอบตก แลกกับการชาร์จพลังสมอง...คุ้มนะ

3.สมาธิ..อย่าดูถูกวิธีโบราณ มันช่วยได้จริง...ก้อการนั่งสมาธิไงล่ะ ลองเปิดเพลงไปด้วย ถ้าคุณมีสมาธิจริงคุณจะไม่ได้ยินเสียงเพลงเลย (ไม่ใช่นั่งไปคิดไป เมื่อไหร่เพลงจะหาย..ยังงี้ไม่ได้นะคะ เพราะเท่ากับคุณนั่งฟังเพลง) คิดว่าเรามีลูกแล้วอยู่ในร่างกาย แล้วมันวิ่งขึ้นวิ่งลงช้าๆ ไปเรื่อยๆค่ะ เคยอ่านข้อสอบรอบนึงแล้วไม่รู้ว่าข้อสอบถามอะไรมั้ยคะ นั้นล่ะค่ะ คุณกำลังขาดสมาธิ หายใจเข้า-ออกยาวๆ และพยายามทบทวนอยู่เสมอว่าเมื่อกี้เราคิดอะไรอยู่ ให้จดจ่อกับเรื่องที่อ่านไปเรื่อยๆ อย่าให้เส้นสมองขาดตอนนะคะ

4.กำลังใจ...ถ้าใน 3 ข้อแรก คุณทำอะไรไม่สำเร็จเลย แปลว่าคุณขาดกำลังใจ ขาดแรงฮึดสู้ หรือง่ายๆว่า คุณไม่อยากสอบได้คะแนนดีๆ แนะนำว่าให้อ่านเยอะๆ อ่านหลายๆรอบ อ่านจนสามารถพูดสรุปออกได้เป็นฉากๆ ไม่ใช่ท่องจำ แต่มันคือการฝังลงไปในหัวที่พร้อมจะเรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้ อย่าไปมัวท่อง(ขอเน้น..อย่า!!!) อ่านบ่อยๆเท่านั้นที่ช่วยได้ อ่านครั้งแรกคุณจะรู้สึกสมองโล่งและคิดในใจว่า คุณจะจำได้ซักกี่คำกัน แต่ครั้งที่ 2 เฮ้ย!! คำนี้มันคุ้นๆ (หลังจากนั้นไปตามหาว่ามันแปลว่าไร ขอย้ำ!! ไม่ต้องท่อง) ครั้งที่ 3 คุณจะจำได้เองอย่างไม่น่าเชื่อ

สำหรับคนที่เรียนพิเศษแล้วไม่เข้าใจ...*ถ้าเป็นไปได้เวลาเรียนพิเศษ ฟังที่อาจารย์พูด ฟังทุกคำ ไม่ใช่เหม่อลอยคำที่ 2 กลับมาฟังอีกทีคำที่ 8 ...ชาติหน้าตอนบ่ายๆคงเข้าใจ แต่ก็ไม่ใช่ฟังแล้วเขียนตามคำบอก...จงฟังแล้วคิด แล้วเขียนอย่างที่ตัวเองเข้าใจ เมื่อจบคอร์สเอามาเรียบเรียงให้เป็นภาษาของคุนเอง แล้วอ่านซ้ำ(หลายๆรอบ เอาให้จำได้) เราจะรู้ได้เลยว่า อ๋อ บรรทัดนี้ อาจารย์เค้าสอนไว้ว่าไงบ้าง แค่นี้เราก็จะสามารถทำข้อสอบได้ค่ะ


2552/09/19

เปิดสุดยอด ภาพถ่ายดาราศาสตร์2009

หอกรีนิช เปิดสุดยอด ภาพถ่ายดาราศาสตร์2009

หอดูดาวแห่งกรีนิช ประเทศอังกฤษ หนึ่งในหอดูดาวหลักของโลก จัดงานแสดงภาพถ่ายดาราศาสตร์แห่งปีค.ศ.2009 (พ.ศ.2552) ร่วมเฉลิมฉลองปีดาราศาสตร์สากล 2552 เปิดโอกาสให้คนจากทั่วโลกส่งภาพถ่ายดาราศาสตร์หลายหัวข้อ เช่น โลกและอวกาศ, ระบบสุริยะของเรา, ดีพสเปซ ฯลฯ ส่งเข้าประกวดผ่านเว็บไซต์ www. flickr.com/groups/astrophoto/ พร้อมจัดนิทรรศการให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงต้นเดือนมกราคมปีหน้า

ผลงานที่โดดเด่นได้รับการกล่าวขวัญถึงในสื่อมวลชนอังกฤษแต่ละชิ้นล้วนงดงามตระการตาเกินคำบรรยาย
ดีที่สุด คือ พิสูจน์ความมหัศจรรย์แห่งห้วงจักรวาลด้วยสายตาตัวเอง!

1."เนบิวลาหัวม้า" ในกลุ่มดาวนายพราน
ช่างภาพ : มาร์ติน พิวห์, อังกฤษ
ภาพขณะกลุ่มแก๊ส ฝุ่น และวัตถุต่างๆ ในอวกาศอัดแน่นรวมตัวกัน ก่อนก่อรูปเป็น ดาวและดาวเคราะห์

2.จันทร์สีเงิน
ช่างภาพ : ไมเคิล โอคอนเนลล์, ไอร์ แลนด์
ดวงจันทร์ขาวนวลตัดกับท้องฟ้าสีเงิน มองเห็นพื้นผิวบนดวงจันทร์ชัดเจน โดยเฉพาะหลุมลาวาขนาดใหญ่ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าครั้งหนึ่งในอดีต นานมาแล้วเคยมี "น้ำ" สะสมอยู่

3.ผ่าฟ้า
ช่างภาพ : miuvincent (เว็บไซต์ flickr)
ประกายแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบแผงเซลล์สุริยะของ "ดาวเทียมเทลโก" แบบพอดิบพอดี ทำให้เกิดแสงสว่างวาบตัดกลางท้องฟ้า

4.ดาวหาง"โฮล์มส์"
ช่างภาพ : นิก โฮเวส, อังกฤษ
โฮเวสบันทึกภาพช่วงเวลาดาวหาง "โฮล์มส์" โคจรผ่านดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี ซึ่งเป็นปรากฏการณ์เกิดขึ้นทุกๆ 7 ปี ใจกลางดาวหางประกอบด้วยน้ำแข็ง หิน และก๊าซที่เย็นจัดจนกลายเป็นของแข็ง

5.พระอาทิตย์สีเลือด
ช่างภาพ : boogerfingers (เว็บไซต์ flickr)
อีกมุมมองของพระอาทิตย์ ถ่ายด้วยเทคนิคพิเศษ เพื่อจับภาพโคโรนา หรือชั้นบรรยากาศรอบนอกดวง




6.ดาราจักร"เซนทอรัส-เอ"
ช่างภาพ : ไมเคิล ซิดานิโอ, ออสเตรเลีย
เห็นเปล่งประกายอยู่ตรงกลางไกลลิบๆ คือ กาแล็กซี หรือดาราจักร "เซนทอรัส-เอ" ห่างจากเราหลายล้านปีแสง ฉากระยิบระยับด้านหน้า ได้แก่ ดวงดาวจำนวนนับไม่ถ้วน

7.แอปเปิ้ลจักรวาล
ช่างภาพ : เอริก ลาร์เซน, ไม่แจ้งประเทศ
สีชมพูหวานจ๋อยของ "แอปเปิ้ล คอร์ เนบิวลา" หรือ เนบิวลาหมายเลข เอ็ม 27 มองดูคล้ายผลแอปเปิ้ลลอยคว้างอยู่ในจักรวาล

8.แสงเขียวเรืองรอง เปรียบคันศรแห่งหมู่ดาว
ช่างภาพ : คาร์ล จอห์นสัน, แคนาดา
"ออโรร่า" หรือแสงเหนือ-แสงใต้ มักเกิดขึ้นที่ชั้นบรรยากาศ เป็นปรากฏการณ์อันเกิดจากการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างชั้นบรรยากาศโลก สนามแม่เหล็กโลก และอนุภาคจากดวงอาทิตย์

9.เส้นทางดวงดาวในหุบเขาสีน้ำเงิน
ช่างภาพ : เท็ด โดบอสซ์, ออสเตรเลีย
ภาพถ่ายท้องฟ้ายามรัตติกาลผ่านเทคนิคเปิดแช่หน้ากล้อง 30 นาที เมื่อหันมองไปทางซีกโลกใต้ สีส้มตอนล่างๆ ของภาพเป็นแสงจากไฟถนน

10.บิ๊กอันโดรเมดา
ช่างภาพ : xamad (เว็บไซต์ flickr)
กาแล็กซี หรือดาราจักรอันโดรเมดาใหญ่ เอ็ม 31 เป็นดาราจักรแบบกังหัน มีรูปร่างแบน ตรงกลางเป็นทรงกลมเป็นกระเปาะ มีแขนเหยียดออกไปหลายอันและตีเกลียวดูเป็นรูปเหมือนกังหัน ขนาดใหญ่กว่าดาราจักร "ทางช้างเผือก" ของเราเล็กน้อย

2552/09/18

เคล็ดลับสรุปการอ่านหนังสือสอบ

ช่วงนี้กำลังสอบเพื่อนๆหลายคนคงกำลังขมักเขม่นอยู่กับการอ่านหนังสือ แต่ถ้าเราอ่านหนังสือหมดทั้งเล่มหลายๆวิชามารวมกันก็คงไม่ไหวใช้มั้ยล่ะค่ะ งั้นเราลองมาดู 10 เคล็ดลับง่ายๆ แบบรวบรัดในการอ่านหนังสือสอบกัน...

1.ปิดสื่อบันเทิงทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นทีวี คอมพิวเตอร์ mp3. แล้วมีสติอยู่กับหนังสือ
2.นั่งสมาธิสัก 5 นาที ค่อยเริ่มอ่าน
3.อ่านหนึ่งรอบ แล้วสรุปแบบไม่เปิดหนังสือ
4.เช็คคำตอบว่าถูกต้องหรือไม่
5.อ่านอีกหนึ่งรอบเพื่อทบทวน
6.สรุปใหม่แต่เปิดหนังสือได้ เอาไว้อ่าน
7.ถ้าทำเป็นMind Mappingอาจจะอ่านง่ายขึ้น
8.มีเอกสารอะไรที่ครูแจก อย่าคิดว่าไม่สำคัญเอามาเปิดด้วย
9.ท่องในส่วนที่ครูพูดย้ำบ่อยๆ อย่างน้อย 5ครั้ง
10.ก่อนวันสอบห้ามหักโหมอ่านหนังสือถึงเทียงคืน เพราะสมองจะไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น
แนะนำว่าให้นอนตั้งแต่ 3ทุ้ม แร้วตื่นมาตอน ตี5 เพื่อทบทวนอีกรอบก่อนอาบน้ำไปโรงเรียน

เพียงแค่นี้เพื่อนๆก็สามารถจดจำข้อมูลก่อนที่จะสอบจิงได้แล้วค่ะ ^____^