2552/11/28

ลูกเต๋า! คุณรู้หรือยัง ?


นี้คือลูกเต๋าทั่วไปที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี



เพราะต้องเคยทอยแล้วลุ้นให้หมุนมาตกในด้านที่มีแต้มสูงๆ แล้ว เคยทราบหรือสืบความเป็นมา ของสิ่งที่เราคิดว่าเที่ยงตรงและใช้มาตัดสินการแข่งขันเนี่ย มันเป็นมาอย่างไร ?

ลูกเต๋าทั่วไปจะมี 6 หน้า มีแต้มตั้งแต่ 1 ไปจนถึง 6 ส่วนใหญ่จะใช้จำนวนจุดแทนค่าของแต้มบนหน้าลูกเต๋า โดยผลรวมของหน้าตรงข้ามจะเป็น 7 เสมอ

ลูกเต๋าไม่ได้มี 6 หน้าเสมอไป ?ลูกเต๋าที่ไม่ได้มี 6 หน้าเรียกว่า 'ลูกเต๋าทรงหลายหน้า' และลูกเต๋าบางลูกมีถึง 20 หน้า !! ลูกเต๋าทรงหลายหน้า เป็นลูกเต๋าที่อาจมีหน้ามากกว่หรือน้อยกว่าหกด้าน ซึ่งเคยใช้ในการทำนายดวงชะตาและในพิธีเกี่ยวกับไสยศาสตร์

ไม่มีใครรู้ว่าลูกเต๋าลูกแรกผลิตจากอะไร แต่ลูกเต๋าที่พบในปัจจุบันส่วนใหญ่ผลิตจากพลาสติก แต่บางครั้งเราอาจเห็นลูกเต๋าที่ทำจากวัสดุแปลกๆ อย่างโลหะ ไม้ หิน หรือแม้แต่อัญมณี ลูกเต๋าในสมัยก่อนผลิตจากพลาสติกอ่อนซึ่งสึกหรอง่าย เมื่อใช้ไปนานๆ ขอบและมุมจะเริ่มโค้งมน ทำให้มีผลต่อการออกผลลัพธ์ ลูกเต๋าที่ดีจะใช้พลาสติกที่หนา แข็งแรงทนทาน สามารถใช้ได้หลายปีโดยไม่พบการสึกหรอ

การทอยลูกเต๋าแต่ละครั้งเกี่ยวข้องกับความน่าจะเป็นในหลักคณิตศาสตร์ แม้จะใช้หลักความน่าจะเป็นในการอธิบายการออกผลลัพธ์หรือด้านแต่ละด้านของลูกเต๋า แต่ลูกเต๋าแต่ละลูกจะมีความเที่ยงตรงไม่เท่ากัน รวมถึงในการทำสัญลักษณ์เพื่อกำหนดแต้มของลูกเต๋าแต่ละด้าน หากใช้วิธีทำให้หน้าของลูกเต๋าเป็นหลุมตามจำนวนแต้มแล้วใส่สีเข้าไป จะมีผลต่อการถ่วงน้ำหนัก เพราะวัตถุในแต่ละด้านจะไม่เท่ากัน ทำให้ความน่าจะเป็นที่ให้ผลลัพท์ในแต่ละครั้งคลาดเคลื่อนได้

Lou Zocchi เจ้าของบริษัท Gamescience ให้ความสำคัญกับลูกเต๋าที่ผลิตจากโรงงานมาก โดยรับประกันว่าลูกเต๋าของเขาไม่มีการถ่วง ยุติธรรมและไม่สึกหรอง่ายเหมือนลูกเต๋าบริษัทอื่น ลูกเต๋าที่ใช้ในคาสิโนจะมีความเที่ยงตรงมากกว่าลูกเต๋าทั่วไปที่เราใช้เล่นเกม คาสิโนที่มีชื่อนิยมใช้ลูกเต๋าอะคริลิคใสซึ่งยากแก่การถ่วงน้ำหนัก ทำใหความน่าจะเป็นที่จะได้ผลลัพธ์ต่างๆ มีความเที่ยงตรงมากขึ้น

การรับประทานไข่


ไข่เป็นอาหารดีมีประโยชน์ที่หาง่ายที่สุด เก็บง่ายที่สุด ปรุงง่ายที่สุด ราคาไม่แพงซึ่งทุกๆ คนก็สามารถ หากินได้แถมย่อยง่าย อุดมด้วยโปรตีน วิตามินเอ บี ดี และธาตุเหล็ก รวมทั้งแคลเซียม กินได้ทั้งเด็ก และ ผู้ใหญ่ ทำได้ทั้งคาวและหวาน

คนจีนถือว่าไข่เป็นของนำโชค ที่ต้องมีการต้มแจกเมื่อได้สมาชิกใหม่ในครอบครัว เพราะไข่เป็นทั้งหยิน และหยางในลูกเดียว มีทั้งด้านมืด ด้านสว่าง ทั้งเย็นและร้อน

ฝรั่งบอกว่าไข่เป็นอาหารที่ให้โปรตีนอย่างยอดเยี่ยมภายในลูกเดียว กันนี่แหละ

ทางอายุรเวทบอกว่า ไข่เป็นอาหารไม่หนักไปสำหรับร่างกาย และให้ไขมันที่ดี
ไข่จึงเป็นอาหารจานเด่นมาตลอด จนระยะหลังๆ นี้ที่เราเริ่มจะได้ยินอะไรที่ทำให้ชักไม่ค่อยไว้ใจไข่ พวกที่ชอบค้นคว้าวิจัยก็แยกเอาไข่แดงไข่ขาวไปวิจัยว่า ไข่ขาวนั้นเป็นตัวให้โปรตีนดีมาก แต่ไข่แดงมี ไขมันสูง กินไปแล้วจะทำให้ระดับไขมันในเลือดสูงได้ อาจเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ต้องเดือดร้อนหาหมอ


คราวนี้พวกบ้าจี้ หรือกลัวตายทั้งหลาย ก็เลยตั้งหน้ากินไข่แบบไม่ เป็นธรรมชาติกัน คือมีการบรรจงเอา ช้อนแคะไข่แดงออกจากไข่ดาว แล้วกินไข่ขาวล้วนๆ หรือปอกไข่ต้มแล้วละเลียดกินไข่ขาว ทิ้งไข่แดงไปเสีย บางคนหนักเข้าก็เอาแต่ไข่ขาวแยกออกมาตีๆๆ แล้วทำไข่เจียวหน้าตาซีดเซียวกิน แต่พวกนี้เวลากินขนมเค้ก ก็มักจะลืมว่าเขาต้องใส่ไข่ทั้งแดงและขาวเข้าไปมากๆ แถมด้วยนมเนยที่เป็นตัวเพิ่มไขมันยิ่งกว่า

2552/11/27

7 คำถามควรรู้ก่อนใส่ คอนแทคเลนส์


7 คำถามควรรู้ก่อนใส่คอนแทคเลนส์ (ชีวจิต)

ใครหลาย ๆ คนที่กำลังตัดสินใจเปลี่ยนจากการใช้แว่นสายตา หันมาใช้คอนแทคเลนส์ รวมทั้งผู้ใส่คอนแทคเลนส์อยู่เป็นประจำ อาจมีข้อสงสัยที่ยังรอคำตอบเกี่ยวกับคอนแทคเลนส์ วันนี้เรามีเรื่องน่ารู้ก่อนตัดสินใจใช้คอนแทคเลนส์จากศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย มาฝากค่ะ

คำถามที่ 1 คอนแทคเลนส์มีอันตรายต่อดวงตาของผู้ใช้ได้หรือไม่
ตอบ มีแน่นอนค่ะ เพราะดวงตาเป็นอวัยวะที่ละเอียดอ่อน ถ้าคิดที่จะใช้ ควรจะได้รับการตรวจดวงตาจากจักษุแพทย์ก่อน เพื่อดูว่ามีโรคตาที่เป็นข้อห้ามในการใช้คอนแทคเลนส์หรือไม่ เลนส์ที่ใช้อยู่เหมาะสมกับดวงตาหรือไม่ เช่น เลนส์นั้นมีความโค้งเข้ากับความโค้งของกระจกตาคุณหรือเปล่า ถ้าคับหรือหลวมไปอาจเป็นอันตรายได้ หรือน้ำตาของคุณมีเพียงพอสำหรับใช้เลนส์ชนิดใด เช่น ถ้าน้ำตาค่อนข้างน้อยควรใช้เลนส์ชนิดแข็ง เป็นต้น

คำถามที่ 2 คอนแทคเลนส์ชนิดใส่ครั้งเดียวทิ้ง มีคุณสมบัติดีกว่าแบบใส่เป็นปีจริงหรือไม่
ตอบ ไม่เสมอไป การเปลี่ยนบ่อย ๆ ข้อดีคือได้เลนส์ที่สะอาด กำจัดปัญหาที่เกิดจากเลนส์สกปรก เช่น ระคายตา ตาอักเสบ หรือตามัว เลนส์ชนิดนี้เป็นเลนส์ที่ใส่นอนได้ เลยมักเป็นเลนส์ที่อมน้ำมาก หรือบางมาก เพื่อให้ออกซิเจนผ่านไปที่กระจกตาได้ดี ซึ่งจะแห้งเร็วและไม่ค่อยคงรูปในขณะใส่ ทำให้ความชัดของภาพที่เห็นเปลี่ยนแปลงขณะกะพริบตา โดยเฉพาะในรายที่มีสายตาเอียงมาก

คำถามที่ 3 การใช้คอนแทคเลนส์ จะป้องกันสายตาไม่ให้ผิดปกติเพิ่มขึ้นได้จริงหรือไม่
ตอบ ไม่จริง ยกเว้นบางรายที่ใช้เลนส์ชนิดแข็ง หรือครึ่งแข็งครึ่งนิ่ม (Gas Permeable Lens) สายตาอาจไม่เปลี่ยนแปลงหรือลดลงเล็กน้อยได้ เนื่องจากความโค้งของกระจกตาเปลี่ยนไป

คำถามที่ 4 คอนแทคเลนส์ทำให้ดวงตาติดเชื้อโรคได้หรือเปล่า
ตอบ คอนแทคเลนส์ที่สกปรก เนื่องจากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้องสามารถทำให้ติดเชื้อได้ ดังนั้นก่อนนำไปใช้ทุกครั้งจะต้องแช่เลนส์ไว้ในน้ำยาอย่างน้อย 5-6 ชั่วโมง หรือแช่ทิ้งไว้ตลอดคืนจะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ และห้ามนำเลนส์ไปแช่ในน้ำเกลือโดยเด็ดขาด นอกจากนั้นผู้ใช้ควรปิดตลับ และขวดน้ำยาให้เรียบร้อยก่อนที่จะไปล้างมือด้วย สบู่ เพื่อป้องกันการปนเปื้อน ส่วนตลับใส่เลนส์ควรล้างด้วยสบู่และลวกน้ำร้อนทุกเดือน และควรเปลี่ยนตลับบ่อย ๆ หรือทุก 6 เดือน

คำถามที่ 5 ถ้าเข้าใกล้เตาไฟร้อน ๆ คอนแทคเลนส์จะละลายได้หรือไม่
ตอบ ไม่

คำถามที่ 6 จะรู้ได้อย่างไรว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นแล้วหลังจากใส่คอนแทคเลนส์
ตอบ ถ้าใส่เลนส์แล้วมีอาการระคายเคือง เจ็บ น้ำตาไหล ตามัว หรือตาแดง สิ่งเหล่านี้ถ้าเกิดขึ้น ต้องหยุดใช้เลนส์ทันที และควรพบจักษุแพทย์โดยด่วน

คำถามที่ 7 ทำไมบางครั้งเมื่อใส่คอนแทคเลนส์ไปนาน ๆ หรือใส่นอนข้ามคืน จึงเห็นแสงสีรุ้งรอบดวงไฟ
ตอบ ที่เป็นเช่นนั้น เกิดจากการใช้เลนส์นานเกินไป ควรให้จักษุแพทย์ตรวจดูว่าเลนส์นั้นเหมาะกับตาของคุณหรือไม่ หรืออาจเกิดจากกระจกตาบวม เนื่องจากมีออกซิเจนไปถึงกระจกตาไม่เพียงพอ ทั้งนี้เป็นเพราะเลนส์ที่ใช้เป็นชนิดที่ใส่ตอนนอนหลับไม่ได้ แต่คุณยังทำ หรืออาจเกิดจากเลนส์สกปรก หรือเลนส์หมดอายุ


ข้อดีของคอนแทคเลนส์ นอกจากจะเพิ่มความสะดวกสบายและเสริมบุคลิกที่ดีแล้ว อย่าลืมเติมความใส่ใจให้กับความสะอาดและการดูแลที่ดีอีกสักนิด เพื่อถนอมดวงตาคู่สวยให้อยู่กับคุณตลอดไป

2552/11/25

พลาสติก/โฟม ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

ภาชนะบรรจุอาหารพลาสติกเหล่านี้อาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างคาดไม่ถึง หากไม่ตระหนักและเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกใช้ ซึ่งอาจเกิดการปนเปื้อนสารอันตรายลงสู่อาหาร หรือเกิด ปฏิกิริยาเคมีระหว่างอาหารและภาชนะบรรจุ การเลือกใช้พลาสติก หรือโฟมต้องเลือกใช้ชนิดที่ไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร และเหมาะสมกับการใช้งาน


1. สไตรีน (Styrene) ผลต่อร่างกายคือเมื่อถูกผิวหนังหรือเข้าตาจะทำให้ระคายเคือง หากสูดดมเข้าไปจะมีอาการไอ และหายใจลำบาก เพราะไปทำให้เยื่อเมือกเกิดความระคายเคือง ปวดศีรษะ ง่วงซึม อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลระบุความเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ แต่เกิดมะเร็งได้ในสัตว์ทดลอง อันตราย

ที่เกิดจากสารเคมีของภาชนะบรรจุอาหาร มักไม่ได้รับความสนใจหรือเพิกเฉย เนื่องจากไม่ได้เกิดในทันทีทันใด แต่จะค่อยๆ สะสมจนเกิดอันตราย อาทิเช่น กล่องโฟมที่นำมาบรรจุอาหารที่ทอดร้อนๆ และมีน้ำมันขึ้นจากเตาใหม่ๆ จำพวกข้าวผัด ข้าวกะเพราไข่ดาว ผัดไทย หอยทอด ซึ่งมีคุณสมบัติที่สามารถละลายสารบางชนิดออกจากกล่องโฟม และปนเปื้อนสู่อาหารได้ กล่องโฟมโดยปกติเมื่อได้รับความร้อนที่อุณหภูมิสูงประมาณ 160๐-220๐C จะทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์และมีการปล่อยสารโมเลกุลใหญ่ หรือสารประกอบบางชนิดออกมา อาจมีสารพิษที่มีผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาว และสารบางอย่างจะสะสมในร่างกายก่อให้เกิดมะเร็งได้ ในกล่องโฟม (โพลิสไตรีน ; Polystyrene) เมื่อได้รับความร้อนสูงจะให้สาร
2 ชนิดคือ

2. เบนซิน (Benzene) สารที่มีความเป็นพิษสูงและเป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งอาการของผู้ที่ได้รับเบนซินเข้าไปคือในระยะแรกๆ จะเกิดอาการวิงเวียน คลื่นไส้ ถ้าดื่มหรือทานอาหารที่มีเบนซินปนเปื้อนอยู่สูง จะทำให้มีอาการปวดท้องเนื่องจากกระเพาะถูกกัดกร่อน เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ง่วงนอน ชัก หัวใจเต้นแรง และอาจเสียชีวิตได้ เมื่อหายใจเอาเบนซินเข้าไปในระดับสูงและเป็นเวลานานอาจทำให้เซื่องซึม วิงเวียน หมดสติและใจสั่น อาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ และเมื่อสูดดมเป็นเวลานานจะทำให้เป็น โรคมะเร็งเม็ดเลือด (Leukemia) ได้การได้รับเบนซินเป็นเวลานานจะมีผลทำให้เป็น โรคโลหิตจาง (Anemia) เนื่องจากเบนซินจะเข้าไปทำลายไขกระดูก ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้จำนวนเม็ดเลือดลดลงและทำลายระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายได้


นอกจากเบนซินและสไตรีนแล้ว ยังมี สารไวนิลคลอไรด์ (Vinylchloride) ที่ปนเปื้อนในพลาสติกพีวีซี ซึ่งสารตกค้างของไวนิลคลอไรด์อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งตับได้ และ สารไดออกซิน (Dioxin) ซึ่งพบในพลาสติกบางประเภท ไดออกซินเป็นสารก่อมะเร็งในปอด กระเพาะอาหาร ตับ ต่อมน้ำเหลือง และผิวหนัง มีผลต่อระบบการสืบพันธุ์ ในเพศชายทำให้มีตัวอสุจิน้อยลง ส่วนเพศหญิงรังไข่และมดลูกจะผิดปกติ ซึ่งทารกที่เกิดจากหญิงที่ได้รับสารชนิดนี้ในปริมาณมาก มีความเสี่ยงต่อความผิดปกติในวัยแรกเกิดด้วย

กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 92 พ.ศ.2528 และฉบับที่ 111 พ.ศ.2531 เรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุ การใช้ภาชนะบรรจุและการห้ามใช้วัตถุใดๆ เป็นภาชนะบรรจุอาหาร และเรื่องกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุพลาสติก และการใช้ภาชนะบรรจุพลาสติกและการห้ามใช้วัตถุใดเป็นภาชนะบรรจุอาหารตามลำดับ ซึ่งกล่องโฟม (Polystyrene) มีการกำหนดปริมาณตะกั่วและสารระเหยกลุ่มเบนซินและสไตรีนไว้ด้วยเพื่อควบคุมคุณภาพของพลาสติก แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ผลิตกล่องโฟมบางคนที่อาจไม่สามารถผลิตโฟมได้ตามมาตรฐานและยังมีการจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดในปัจจุบัน เพื่อความปลอดภัยของการบริโภค เราควรแยกชนิดของกล่องโฟมที่ใช้ให้ถูกต้องกับชนิดของอาหารเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเป็นพิษนั้น

ดังนั้น การใช้ภาชนะบรรจุอาหารพลาสติกหรือโฟม จึงควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งานและประเภทของอาหาร เพราะการใช้ภาชนะบรรจุอาหารผิดประเภทอาจอันตราย เนื่องจากสารพิษเจือปนจากภาชนะได้ ซึ่งหากมีการสะสมเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ ภาชนะบรรจุอาหารที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีหลายประเภท ซึ่งมีหลักในการเลือกใช้เพื่อลดอันตราย ดังนี้


ภาชนะพลาสติก การใช้ภาชนะพลาสติกบรรจุอาหารควรเลือกชนิดของพลาสติกให้เหมาะกับชนิดของอาหาร เช่น ไม่ควรใช้ภาชนะพลาสติกบรรจุอาหารที่เป็นกรด เช่น นํ้าส้มสายชู เพราะกรดจากนํ้าส้มสายชูอาจทําปฏิกิริยากับภาชนะพลาสติกได้ จึงควรใช้ภาชนะที่ทําจากวัตถุที่ทนความเป็นกรดและด่างได้ เช่น ภาชนะสเตนเลสจะปลอดภัยกว่า นอกจากนี้ไม่ควรใช้ภาชนะพลาสติกบรรจุอาหารที่ร้อนจัดหรือมีความมันมากๆ เมื่อใช้ใส่อาหารร้อนๆ โดยเฉพาะนํ้าร้อนเดือด ความร้อนจะทําให้สีจากภาชนะละลายปนออกมา ทำให้ร่างกายได้รับโลหะหนัก เช่น ปรอท ตะกั่ว สารหนูและแคดเมียม เข้าสู่ร่างกายของเรา อาจจะเป็นสาเหตุของความผิดปกติของระบบต่างๆ ในร่างกายและโรคมะเร็ง
ถุงร้อน เป็นภาชนะที่นิยมใช้มากที่สุดในการบรรจุอาหาร ถุงร้อนบางชนิดสามารถทนความร้อนได้ถึง 120 องศาเซลเซียส แต่อาหารทอดใหม่ ๆ อาจมีอุณหภูมิสูงกว่า ทําให้มีโอกาสที่จะมีการปนเปื้อนลงสู่อาหารได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ควรพักอาหารทอดให้คลายความร้อน ก่อนบรรจุใส่ถุง
ฟิล์มหรือถุงพลาสติกห่อหุ้มอาหาร การใช้ฟิล์มยืดปิดภาชนะระหว่างการอุ่นอาหารด้วยเตาไมโครเวฟ สามารถเก็บความชื้น ช่วยให้อาหารร้อนเร็วขึ้นได้ แต่ไม่ควรใช้เพื่อทําให้อาหารสุกและควรระมัดระวังการใช้ฟิล์มยืด อย่าให้สัมผัสกับอาหารโดยตรง ควรห่างกันอย่างน้อยประมาณ 1 นิ้ว เพราะถ้าฟิล์มยืดสัมผัสกับอาหาร ฟิล์มยืดจะได้รับความร้อนสูงและอาจละลายติดอาหารที่จะรับประทานเข้าไปได้
ถุงหูหิ้วพลาสติก หรือถุงหูหิ้ว หรือที่เรียกจนติดปากว่า "ถุงก๊อบแก๊ป" ไม่เหมาะอย่างยิ่งสําหรับใส่อาหารโดยตรง เพราะถุงประเภทนี้ ส่วนใหญ่ผลิตจากเม็ดพลาสติกที่ได้จากการนํากลับมาใช้ใหม่ และคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ดังนั้นอาจเกิดอันตรายได้ถ้านํามาบรรจุอาหารที่ร้อนและมีไขมันสูง

สุดท้ายนี้ขอฝากเตือนใจในการเลือกใช้ภาชนะกล่องใส่อาหารพลาสติก / โฟม


"พลาสติกที่มีสีสันสดใส มีลักษณะขุ่น อาจเป็นการนำเอาพลาสติกเก่ามาหลอมทำใหม่ ไม่ควรนำมาใช้บรรจุอาหาร โดยเฉพาะกล่องโฟมที่ทำจากโพลีสไตรีน (Polystyrene ) ควรใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง"

2552/11/23

สุนัขแพงที่สุดในโลก Tibetan Mastiff


สุนัขอายุ 18 เดือน ตัวนี้ เป็นสุนัขที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก โดยมีเศรษฐีนีชาวจีนที่บ้าพลังซื้อสุนัขมาในราคาถึง 20 ล้านบาท ราคาน่าตกใจมากถึงมากที่สุด
โดยเจ้าตัวนี้เป็นสุนัขพันธุ์ทิเบทัน มาสทิฟฟ์ ซึ่งเจ้าของได้ตั้งชื่อใหม่ให้ว่า "แม่น้ำแยงซีเกียง ที่ 2" โดยเศรษฐีนีคนนี้ได้หาสุนัขคู่ใจมานานแสนนานแล้ว แต่ยังไม่ถูกใจสักที จนมาเจอเจ้าตัวนี้เข้าแถวชายแดน ทิเบต เธอยังกล่าวแบบภูมิใจในสุนัขของตนเองด้วยว่า "ทองคำ นั้นมีราคา แต่สุนัขตัวนี้ประเมินค่าไม่ได้" โอ้ว สุดยอดไปเลย
แน่นนอนว่าด้วยค่าตัวระดับโลกทั้งทีจะนำเข้าบ้านแบบธรรมดาได้ไง โดยมีขบวนรถเบนซ์จำนวน 30 คัน พร้อมด้วย คณะกรรมการของคนรักสุนัขท้องถิ่น ยืนถือป้ายแดงต้อนรับ เจ้าแยงซีเกียง ที่ 2 สำหรับสุนัขพันธุ์นี้ สามารถเติบโตได้สูงกว่า 3 ฟุต และมีน้ำหนัก มากกว่า 50 กิโลกรัม ชื่อเสียงของมันเป็นสัตว์เลี้ยงใน ประเทศจีน ได้รับการอบรมเป็นสุนัขคุ้มกันในภูเขาสูงของ ทิเบต และกลายเป็นสัญลักษณ์ของ เศรษฐี ในปัจจุบัน

2552/11/21

ไข่มุกทรงสมองคน 13 ลบ.


ไข่มุกยักษ์ที่ใหญ่ติดอันดับ 2 ของโลก มีน้ำหนัก 2.25 กก. กำลังนำขึ้นประมูลที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติ ในนครลอสแองเจลิส คาดมีมูลค่าถึง 13 ล้านบาท ...

เอเอฟพีรายงานว่า สถาบันประมูล บอนแฮมส์ ในกรุงลอนดอนเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 27 พ.ย.ว่า ไข่มุกยักษ์ที่ใหญ่ติดอันดับ 2 ของโลก กำลังนำขึ้นประมูลที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติ ในนครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ ในวันที่ 6 ธ.ค.นี้ คาดว่าราคาประมูลจะถีบสูงถึง 250,000 ปอนด์ (ราว 13.6ล้านบาท) ด้วยขนาดของไข่มุกซึ่งค้นพบนอกน่านน้ำของฟิลิปปินส์มีน้ำหนัก 2.25 กิโลกรัม วัดตามแนวขวางได้ 6 นิ้ว รูปทรงคล้ายสมองคน

ทั้งนี้ นายมิตช์ จาคูโบวิก ผอ.ผู้เชี่ยวชาญด้านเพชรพลอยวิทยา ประจำศูนย์ห้องแล็บ ยูโรเปี้ยน เจม ยูเอสเอ ในนครนิวยอร์คเผยว่า ถือเป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่งในชีวิตกับสมบัติล้ำค่าที่แสนสุดวิเศษของธรรมชาติ อีกช้ินหนึ่งบนโลกนี้ ทั้งที่เคยมีปรากฏไข่มุกเม็ดเขื่องที่สุดในโลกซึ่งพบในหลายพื้นที่มาก่อน

2552/11/20

ประโยชน์ของกุยช่าย

ทราบหรือไม่ว่าผักกุยช่ายมีประโยชน์อะไรบ้าง วันนี้เรามีเรื่องนี้มาบอก...


- แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม และแก้ท้องผูก โดยใช้ใบสดตำให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำดื่ม หรือนำไปผัดรับประทาน เพราะกุยช่าย มีใยอาหารมาก จึงช่วยกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวได้ดี

- แก้อาการฟกช้ำ โดยใช้ใบสดตำละเอียด แล้วพอกบริเวณที่มีอาการ เพื่อบรรเทาปวดและแก้อาการห้อเลือดได้

- แก้อาการปัสสาวะกะปริบกะปรอย โดยใช้เมล็ดแห้งต้มรับประทาน หรือจะทำเป็นยาเม็ดรับประทานก็ได้

- รักษาโรคหูน้ำหนวก โดยใช้น้ำที่คั้นได้จากใบสดทาในรูหู

-บำรุงน้ำนม คนไทยโบราณเชื่อว่า แม่ลูกอ่อนกินแกงเลียงใส่ผักกุยช่าย จะช่วยบำรุงน้ำนมได้ดี

รู้อย่างนี้แล้ว หันมารับประทานผักกุยช่ายกันดีกว่า.