2553/11/01

การดูแลผิว ในฤดูหนาวนี้*

เมืองไทยเราเมื่อถึง ฤดูหนาว ในแถบภาคเหนือและ ตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศจะ หนาว จัด ลมพัดแรงและ แห้ง ซึ่งจะก่ออันตรายต่อผิว

การดูแล ผิวพรรณใน ฤดูหนาว จะต้องแบ่งตาม วัย และ ผิวพรรณ พื้นฐานของแต่ละคน


ในวัยเด็กเล็ก ถ้าอากาศ หนาว จัด และ ลมพัดแรงจัด ไม่ควรพาเด็กออกไปตากลมแรงๆ ควรใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใส่หมวก โดยเฉพาะเด็กทารก เนื้อผ้าควรเป็นผ้าเนื้อนุ่ม เป็นผ้าสำลีจะดีมาก ผ้าแพร ควรหลีกเลี่ยงเพราะเมื่อสวมใส่จะยิ่ง หนาว เย็นมากขึ้น เมื่อเด็กปัสสาวะรดผ้า ควรรีบเปลี่ยนทันที และจัดการ ทำความสะอาด บริเวณนั้นด้วย น้ำสะอาด ที่อุณหภูมิไม่เย็นมากและไม่ร้อนมาก อาจใช้ สบู่ สำหรับเด็กในการ ทำความสะอาด โดยถูเพียงเบาๆ แล้วรีบล้าง สบู่ ออกให้เกลี้ยง เช็ดให้แห้งแล้วใส่กางเกงหรือผ้าอ้อมผืนใหม่

ใน ฤดูหนาว นั้น เมื่อต้องการอาบน้ำให้เด็ก ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด ใบหน้า โดยไม่ถู สบู่ ส่วนลำตัว แขนและขา เนื่องจากเหงื่อไม่ออกมาก จึงงดฟอกสบู่ เพียงวันละครั้งก็จะเพียงพอ และควรใช้สบู่ สำหรับเด็กเท่านั้น เนื่องจาก สบู่ ชนิดนี้มีความเป็นกรดด่างคล้ายผิวทารก ไม่ค่อยเจือปนกลิ่นหอม หรือ สารระคายเคืองผิวแต่อย่างใด หลังอาบน้ำ ถ้าพบว่า ผิวพรรณ ค่อนข้าง แห้ง ควรทา ครีมบำรุง บอดี้โลชั่น หรือ วาสลิน ถนอมผิว เพื่อเพิ่มความ ชุ่มชื้น ให้มากขึ้น การทาไม่ควรทาจนไหลเยิ้ม ให้ทาเพียงหมาดๆ ก็พอ การทามากอาจเกิดผลข้างเคียง เช่น คันยิบๆ สิว ต่อมขนอักเสบ เป็น ตุ่มแดงๆ ตุ่มหนองเล็กๆ ซึ่งมักเกิดจากการทาในร่มผ้า หรือที่อับชื้นมากๆ ได้แก่ ขาหนีบ รักแร้

สำหรับวัยรุ่น เป็นวัยที่มีจิตใจวิตกกังวลกับ ผิวพรรณ มาก ดูได้จาก ผลิตภัณฑ์ ของใบหน้า และ เส้นผม ที่ทำออกมาจำหน่าย จะมียอดขายแต่วัยรุ่นมากกว่าวัยอื่นๆ อย่างที่ทราบ ฤดูหนาว อากาศแห้ง และ เย็น ผิวจะขาดความ ชุ่มชื่น ดังนั้นสำหรับ ใบหน้า ที่เคยเช็ดด้วย โลชั่น ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของ แอลกอฮอล์ นั้น ควรลดจำนวนครั้งลง หรือ งดชั่วคราว เนื่องจาก แอลกอฮอล์ มีคุณสมบัติพิเศษ คือ ทำให้ ผิวแห้ง และ ระคายเคืองได้เล็กน้อย เปลี่ยนเป็นเช็ดเบาๆ ด้วยกระดาษหรือ ผ้านิ่มๆ เพื่อซับ ความมัน บนใบหน้า หรืออาจล้างด้วยน้ำเปล่า หรือฟอก สบู่ ล้างหน้าเฉพาะช่วงกลางใบหน้า รวมระหว่างคิ้ว จมูก ซอกจมูก คาง ส่วนแก้มด้านข้าง มักจะมี ผิวแห้ง อยู่แล้ว โดยธรรมชาติสร้างมาให้มี ต่อมไขมัน และ ต่อมเหงื่อ น้อยกว่าบริเวณกลางใบหน้า จึงไม่ควรฟอก สบู่ บริเวณนี้มากนัก

ในการอาบน้ำ ควรถู สบู่ เฉพาะส่วนกลางลำตัว ร่องอก กลางหลัง เพราะบริเวณนี้มี ต่อมไขมัน และ ต่อมเหงื่อ มาก แต่อย่างไรก็ตามวันละครั้งน่าจะเพียงพอ แขนและขานั้นโดยธรรมชาติสร้างให้มี ต่อมไขมัน น้อย ผิวจึงไม่ค่อย มัน ประกอบกับต้องเผชิญ กับ ความหนาวเย็น และ กระแสลมด้วยจึงมี ผิวแห้ง ควรงด สบู่ หรือฟอกเว้นวันก็ได้ เมื่ออาบน้ำควรล้างด้วยน้ำเปล่าปริมาณมาก เพื่อล้างฝุ่นละอองออกไป
สำหรับวัยรุ่นชาย ซึ่งชอบ ออกกำลังกาย และ เหงื่อมาก ควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียก เหงื่อออกทันที และจัดการทำความสะอาด ใบหน้า และ ลำตัว ด้วย สบู่ เพื่อขจัด เหงื่อไคล ออกไปให้หมด สำหรับการแต่งกาย เพื่อไปเรียนหนังสือต้องใส่เสื้อแขนยาวที่มีขนาดความหนาพอสมควรกับอากาศในท้องถิ่น บางโรงเรียนอนุญาตให้สวมกางเกงขายาวไปเรียนได้ ก็เป็นการดียิ่งเพราะกางเกงขาสั้นของเด็กชายนั้น ป้องกันความหนาวจัดไม่ได้ ถุงเท้าควรเลือกใช้ชนิดที่เนื้อผ้าหนาและมีความยาวกึ่งกลางน่องจะช่วยป้องกัน ความหนาว ได้ดี เป็นการเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย

วัยทำงาน ถ้าโชคดีได้ทำงานในห้องติดแอร์คอนดิชั่นด้วย ควรเพิ่มอุณหภูมิขึ้นอีก 2-3 องศา เพราะอากาศภายนอกอาคารเย็นอยู่แล้วหรือปิดแอร์ในบางครั้ง และปิดพัดลมแทนบ้างถ้าอากาศเย็นมากไป การสวมถุงน่องจะช่วยป้องกัน ความหนาว เย็นได้ดี ในวัยนี้ ผิวพรรณ ยังแข็งแรง ต่อมไขมัน ทำงานได้เต็มที่ สามารถผลิตไขมันออกมาได้มากบริเวณใบหน้า อก กลางหลัง ในการทำความสะอาดจึงควรฟอก สบู่ เพื่อล้าง ไขมัน ออกบ้าง แต่ควรทำวันละครั้งก็จะพอเพียง สำหรับชนบทที่มี อากาศหนาวเย็น มาก การทำงานกลางแดดจะเพิ่มความอบอุ่นได้ดี แต่ควรหันหลังให้ดวงอาทิตย์ และสวมเสื้อผ้าเพื่อป้องกันแสงแดดมิให้กระทบผิวโดยตรง เนื่องจากใน ฤดูหนาว แม้อากาศจะ หนาวเย็น แต่แสงแดดจะมีแสงสว่างจ้ามาก และมีอันตรายต่อผิวในระยะยาว อย่างไรก็ดี ไม่เห็นด้วยกับการสุมไฟกลางแจ้งแล้วนั่งล้อมกองไฟ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นโดยการนั่งเฉยๆ เพราะเป็นการเสียเวลาทำงาน แต่ควรใส่เสื้อผ้าหนาเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกายและปฏิบัติงานตามปกติจะดีกว่า เพราะเป็นการออกแรงสร้างพลังงาน ทำให้หาย หนาว และยังได้เม็ดงานออกมาเป็นชิ้นเป็นอันด้วย เป็นการเพิ่มพูนรายได้ไปในตัว

วัยสูงอายุ ผิวจะ แห้ง กว่าวัยอื่นๆ ที่กล่าวมาแล้ว นอกจาก ผิวแห้ง แล้วยังมีความบางของ ผิว ร่วมด้วย ดังนั้นจึงเกิดความรู้สึก หนาว ง่ายกว่าวัยอื่นๆ เสื้อผ้าหนา แขนและขายาวจึงจำเป็นสำหรับวัยนี้เป็นอย่างมาก การรับ เสื้อผ้า จากการบริจาคควรทำความสะอาดโดยการซักตากแดดหรือรีดด้วยความร้อนสูง เพื่อฆ่าเชื้อราที่ติดมากับเสื้อผ้าบริจาค เพราะเสื้อผ้าเหล่านี้ผ่านการใช้มาแล้วจากผู้อื่น แม้จะรู้สึกหนาวมาก แต่ไม่ควรอาบ น้ำอุ่น ที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป เพราะจะทำให้ชั้นขี้ไคลลอกออกมากทำให้ ผิวแห้ง มากยิ่งขึ้น

วัยนี้ ต้องกลับไปใช้ สบู่ เด็กอีกครั้ง เพราะ ผิวแห้ง และ บางเหมือนผิวเด็ก ถ้าใช้ สบู่ สำหรับผู้ใหญ่จะเกิดอาการระคายเคือง และผิวลอกมากขึ้น แม้จะเปลี่ยนมาใช้ สบู่ เด็กแต่ไม่ควรฟอก สบู่ บ่อยเกินไปใน ฤดูหนาว อาจใช้ทุก 2-3 วัน หรือบางรายถ้าใช้ขนาดนี้แล้วผิวยัง แห้ง อาจต้องงดใช้ สบู่ ในช่วงฤดูหนาว และถ้ากลัวสกปรกก็ควรใช้น้ำปริมาณมาก ล้างทำความสะอาดส่วนที่รู้สึกว่าจะสกปรก ก็น่าจะเพียงพอ ภายหลังจากทำความสะอาดผิวพรรณแล้ว ควรทา ครีมบำรุง บอดี้โลชั่น หรือ วาสลินโลชั่น บริเวณขอบเล็บ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า แขน ขา และสีข้างด้วย ในการล้างชามหรือซักผ้านั้นในผู้สูงอายุ ควรสวมถุงมือเสมอเพราะน้ำยาล้างชามและยาผงซักฟอก มีคุณสมบัติเป็นด่างแรงจึงระคายผิวมาก ทำให้ผิวมือสากและแข็งกระด้างเมื่อสัมผัสบ่อยๆ

อากาศหนาว และ แห้งแล้ง มีผลทำให้ หนังศีรษะ ลอกเป็นแผ่นบางๆ เหมือนกับการเป็นรังแค จึงควรสระผมด้วย แชมพูขจัดรังแค เช่น แชมพูผสมซิงค์ไพริไทโอน หรือ ซีรีเนียมซัลไฟด์ สลับกันอย่างละ 1-2 เดือน ก็จะเป็นการดีกว่าใช้ แชมพูชนิดเดียวติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะจะเกิดการดื้อยาได้ง่าย

ผู้ที่เป็น โรคผิวหนัง จากภูมิแพ้ โดยเฉพาะ เด็กเล็กอาการมักกำเริบใน ฤดูหนาว โดยมี ผิวแก้มแดง แตกระแหง และ ลอกเป็นขุย จึงควรพบ แพทย์ผิวหนัง บ่อยครั้งกว่าภาวะปกติ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน และควรทายาอย่างสม่ำเสมอจะเป็นผลดีต่อเด็กในระยะยาว

2553/10/21

สุดยอดเครื่องบินรบของสหรัฐอเมริกา*

สหรัฐอเมริกา อภิมหาอำนาจอันดับ1ของโลก




องค์การนาซ่า สหรัฐอเมริกา ผลิต วิจัยเครื่อง ให้กองทัพอากาศสหรัฐ



F 22 Raptor เครื่องบินรบ ที่ดีที่สุดในโลก ยุคปัจจุบัน
ของกองทัพสหรัฐ

การ ปฏิบัติงานโดยรวมแล้ว F-22 RAPTOR ราคาสูงถึงลำละ 13,000 ล้าน นั้นถือได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาเครื่องบินรบทั้งหมดที่มีอยู่ใน
ปัจจุบัน F-22 RAPTOR ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อมีใช้ภายในกองทัพอากาศของประเทศสหรัฐอเมริกา เท่านั่นในโลก F-22 ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว จำนวน 190 ลำ มีมูลค่า 4 ล้านล้านบาท สำหรับเครื่องบินรบที่ดีที่สุดในโลกลำนี้

F 35

F 117 Nighthawk


SR-71 Blackbird



F 22 Raptor

2553/10/13

ความหมายของชื่อเดือนทั้ง 12*


สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ

ทรงคิดตั้งชื่อเดือนมกราคม ถึง ธันวาคม ที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน โดยทรงใช้ตำราจักรราศี หรือการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ในหนึ่งปี ประกอบด้วย 12ราศี ตามวิชาโหราศาสตร์มาใช้กำหนดชื่อเดือนทั้ง 12 เดือน ทั้งนี้ แบ่งเดือนที่มี 30 วัน และเดือนที่มี 31 วัน ให้ชัดเจน ด้วยการลงท้ายเดือนต่างกัน คือ คำว่า "ยน" และ "คม"ส่วนคำนำหน้านั้นมาจากชื่อราศีที่ปรากฏในช่วงเวลานั้นๆ เป็นวิธีนำคำ 2 คำมา "สมาส" กัน คำต้นเป็นชื่อราศี คำหลังคือคำว่า "อาคม" และ "อายน" แปลว่า "การมาถึง''



คำว่า "ปฏิทิน" ที่เราใช้ในปัจจุบัน สามารถเขียนได้เป็น "ประติทิน" ภาษาสันสกฤต หรือ "ประฏิทิน" บาลีแผลง "ประดิทิน" หรือ "ประนินทิน" ก็ได้ การพิมพ์ปฏิทินมีขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2385 ปลายสมัยรัชกาลที่ 3 ขณะนั้นปฏิทินยังคงใช้ตามแบบ "จันทรคติ" การนับ วัน เดือน ปี ถือการโคจรของดวงจันทร์เป็นหลัก ต่อมาจึงมีวิธีนับวัน เดือน ปี ตามการหมุนเวียนของโลกรอบดวงอาทิตย์ เรียกว่า "สุริยคติ" เมืองไทยประกาศใช้ปฏิทินแบบใหม่ตามสุริยคติอย่างเป็นทางราชการ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5แม้เราจะใช้ปฏิทินตามสุริยคติ แต่ทางจันทรคติเราก็ยังใช้ควบไปด้วย
ดังนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจากจันทรคติที่นับตั้งแต่เดือนอ้าย เดือนยี่...ถึง เดือนสิบสอง มาเป็นแบบสุริยคติ จึงได้มีการกำหนดชื่อเดือนขึ้นมาใหม่ โดยสมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ทรงเป็นผู้คิดปฏิทินไทยใช้ตามสุริยคติ ซึ่งนับวันและเดือนแบบสากล ขึ้นทูลเกล้าฯถวายรัชกาลที่ 5 จากนั้นทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นประเพณีบ้านเมืองตั้งแต่ พ.ศ.2432 เรียกว่า "เทวะประติทิน" ที่เป็นต้นแบบปฏิทินไทยในวันนี้



มกราคม คือ มกร (มังกร) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีมังกร

กุมภาพันธ์ คือ กุมภ์ (หม้อ) + อาพนธ แปลว่า การมาถึงของราศีกุมภ์

มีนาคม คือ มีน (ปลา) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีมีน

เมษายน คือ เมษ (แกะ) + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีเมษ

พฤษภาคม คือ พฤษภ (วัว,โค) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีพฤษภ

มิถุนายน คือ มิถุน (ชายหญิงคู่) + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีมิถุน

กรกฎาคม คือ กรกฎ (ปู) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีกรกฎ

สิงหาคม คือ สิงห (สิงห์) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีสิงห์

กันยายน คือ กันย (สาวพรหมจารี) + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีกันย์

ตุลาคม คือ ตุล (ตาชั่ง ตราชู) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีตุล

พฤศจิกายน คือ พิจิก, พฤศจิก (แมงป่อง) + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีพิจิก

ธันวาคม คือ ธนู (ธนู) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีธนู

2553/10/08

กินเจดีอย่างไร ?*

การกินอาหารเจ นอกจากจะเป็นการถือศีลและรักษาประเพณีแล้ว ยังให้ประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้



1.ร่างกายสามารถขับถ่ายของเสียออกได้หมดทำให้ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ภายใน สารอาหารที่มีคุณค่าในพืชผักและผลไม้จะช่วยให้ระบบขับถ่ายและการย่อยเป็นปกติ
2.เมื่อรับประทานเป็นประจำโลหิตจะถูกฟอกให้สะอาดขึ้นเรื่อยๆ เซลล์ต่างๆ ของร่างกายเสื่อมสลายช้าลงทำให้อายุยืนยาวมีผิวพรรณสดชื่นผ่องใส นัยน์ตาแจ่มใสไม่พร่ามัวร่างกายแข็งแรงรู้สึกเบาสบายไม่อึดอัด มีสุขภาพพลานามัยดี
3.อวัยวะหลักสำคัญภายใน ได้แก่ หัวใจ ไต ม้าม ตับ ปอด และอวัยวะประกอบคือ ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ กระเพาอาหาร ถุงน้ำดี แข็งแรงทำงานได้เป็นปกติสมบูรณ์
4.ร่างกายสามารถต้านทานต่อสารพิษต่างๆ ได้แก่
4.1 สารเคมี ยากำจัดศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง สารดีดีที
4.2 มลภาวะและก๊าซพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ในอุตสาหกรรม ไอเสียจากเครื่องจักร เครื่องยนต์ซึ่งแพร่กระจายปะปนไปในอากาศที่เราหายใจอยู่เป็นประจำและยังพบว่ามีปะปนอยู่ในแหล่งน้ำดื่มด้วย
4.3 กัมมันตภาพรังสีที่เกิดจากการทดลองระเบิดนิวเคลียร์และในการทำสงคราม สารอาหารในพืชผักช่วยให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายสามารถทนต่อการทำลายจากรังสีต่างๆ
5.ร่างกายสามารถต้านทานต่อสารพิษต่างๆ ได้สูงกว่าคนปกติธรรมดาสารพิษที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ในบรรดาผู้ที่กินอาหารเจ อาหารพืชผักและผลไม้เป็นประจำความเจ็บไข้ได้ป่วยมักไม่มีปรากฏโดยเฉพาะโรคที่รุนแรงหรือเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดตีบ ไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคไต ไขข้ออักเสบ โรคเก๊าส์ โรคเบาหวานฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่เกี่ยวกับระบบขับถ่าย ย่อยอาหารและทางเดินอาหาร เช่น โรคริดสีดวงทวาร มะเร็งในกระเพาะและลำไส้ โรคกระเพาะ อาหารไม่ย่อย โรคเหล่านี้จะไม่พบเลยในกลุ่มคนผู้ที่รับประทานอาหารเจ อาหารพืชผักและผลไม้เป็นประจำ

2553/10/02

โลโก้รถ อดีตถึงปัจจุบัน*

รวมรูปโลโก้รถ ยี่ห้อดังจากอดีตถึงปัจจุบัน ทั้งความหมาย และที่มาของโลโก้ที่มีความหมาย ที่ต้องการจะสื่อถึงผู้ใช้มากมาย






โลโก้เบนซ์ ( Logo Benz ) มีลักษณะแทนด้วยดาวสามแฉก ซึ่งแต่ละแฉกต้องการจะสื่อให้เห็นว่ามอเตอร์ของ Benz สามารถใช้ได้กับทั้งพาหนะทางพื้นดิน ทางน้ำ และทางอากาศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โลโก้นี้ได้รับการออกแบบโดย Gottlieb Daimler เมื่อปี 1909 และได้มีการเพิ่ม กิ่งไม้สองกิ่ง เมื่อปี 1926 เพื่อสื่อให้เห็นถึงการควบรวมตัวกันของสองบริษัท ระหว่าง Benz & Cie. กับ Daimler Motoren Gesellschaft (DMG) ในปี 1926






โลโก้ BMW โดย BMW ย่อมาจากคำว่า Bayerische Motoren Weke (เป็นภาษาเยอรมัน) Bavaria Motor Works (เป็นภาษาอังกฤษ) แปลว่า ยนตรกรรมแห่งแคว้นบาเยิร์น ส่วนโลโก้รูปวงกลมคือล้อที่มีความหมายถึงการขับเคลื่อน สีฟ้าสลับสีฟ้าขาว แทนสัญลักณ์ของธงแคว้นบาเยิร์น




โลโก้รถฟอร์ด ( Ford )





โลโก้รถ โฟล์คสวาเก้น ( Volkswagen )





โลโก้รถ FIAT





โลโกรถ PEUGEOT





โลโก้รถ RENAULT





โลโก้รถ ALFA ROMEO





โลโก้รถ มาสด้า ( mazda )





โลโก้รถ มิตซูมิชิ





โลโก้รถ ASTONMARTIN





ซ้ายโลโก้รถ SAAB ขวาโลโก้รถ AUDI







โลโก้รถ BUICK





โลโก้รถ CADILLAC








2553/09/29

ครบรอบ 50 ปี มนุษย์หินฟลินสโตน


พรุ้งนี้แร้วนะค่ะ เป็นวันครบรอบ 50 ปี มนุษย์หินฟลินสโตน !!!!!!!!


ประวัติฟลินสโตน The Flintstone

The Flintstones is an animated American television sitcom that ran from September 30, 1960 to April 1, 1966 on ABC. Produced by Hanna-Barbera Productions, The Flintstones is about a working class Stone Age man's life with his family and his next door neighbor and best friend. It has since been re-released on both DVD and VHS.

Critics and fans alike agree that the show was an animated imitation of The Honeymooners with rock puns thrown in. William Hanna admitted that "At that time "The Honeymooners" was the most popular show on the air, and for my bill, it was the funniest show on the air. The characters, I thought, were terrific. Now, that influenced greatly what we did with "The Flintstones"...."The Honeymooners" was there, and we used that as a kind of basis for the concept." However Joseph Barbera disavowed these claims in a separate interview, stating that "I don't remember mentioning "The Honeymooners" when I sold the show, but if people want to compare "The Flintstones" to "The Honeymooners," then great. It's a total compliment. "The Honeymooners" was one of the greatest shows ever written."[1] Its popularity rested heavily on its juxtaposition of modern-day concerns in the Stone Age setting


CharacterRole
Fred FlintstoneThe main character. Fred is an accident-prone quarry worker and head of the Flintstone clan. He is quick to anger (usually over inconsequential matters), but a very loving husband and father.
Wilma Pebble Slaghoople FlintstoneFred's wife. She is more intelligent and level-headed than her husband, though she often has a habit of spending money.
Pebbles FlintstoneThe Flintstones' daughter.
DinoThe Flintstones' pet dinosaur, who barks like a dog.
Baby PussThe Flintstones' pet saber toothed cat.
DoozyThe Flintstones' pet Dodo Bird.