2552/09/27

กฎ 5 ข้อ เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง


กฎข้อแรก ท่านควรกินอาหารพวกจำพวกผักตระกูลกระหล่ำให้มาก เช่น กระหล่ำปลีกระหล่ำดอก ผักคะน้า หัวผักกาด เป็นต้น ผักเหล่านี้ช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็กส่วนปลาย กระเพาะอาหารได้



กฎข้อที่สอง ท่านควรกินอาหารที่มีกากมาก ๆ เช่น ผัก ผลไม้ ข้าว ข้าวโพด และเมล็ดธัญญาพืช อื่น ๆ เพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่



กฎข้อที่สาม ท่านควรกินอาหารที่มีเบต้า-แคโรทีน และวิตามินเอสูง เช่นผักสด ผลไม้สีเขียวสีเหลือง เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร กล่องเสียงและมะเร็งปอด



กฎข้อที่สี่ ท่านควรกินอาหารมีวิตามินซีสูง เช่น ผักสด ผลไม้ต่าง ๆ ที่มีรสเปรี้ยวป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งกระเพาะอาหาร



กฎข้อสุดท้าย ท่านควรกินอาหารที่มีไขมันต่ำเพราะอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดโรคอ้วนที่มีส่วนสัมพันธ์กับมะเร็งถุงน้ำดี มะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ใหญ่นอกจากนี้ยังพบว่าการออกกำลังกายและ การลดการกินอาหารที่มีไขมันสูงจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเหล่านี้ได้

2552/09/24

เตือนภัย : ข้อปฏิบัติที่ควรรู้เกี่ยวกับฟอร์เวิร์ดเมล

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ...

พ.ร.บ.ว่าด้วย การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นกฎหมายที่ออกมาใช้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งการกระทำความผิดก็มีหลายอย่าง อาทิ การนำเข้าข้อมูลและเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสม การนำภาพตัดต่อ ดัดแปลง เข้าสู่ระบบจนทำให้ผู้อื่นเสียหายได้รับความอับอาย การแฮ็กระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกัน เข้าไปดูหรือขโมยข้อมูลของผู้อื่น แอบดักรับข้อมูลของผู้อื่นระหว่างส่งข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ ส่งข้อมูลหรืออีเมล ที่ปลอมแปลงที่มา (สแปม เมล) ทำให้รบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น ฯลฯ

อย่างไรก็ตามปกติผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์มักจะ ต้องใช้อีเมลเพื่อติดต่อสื่อสาร ซึ่งอีเมลที่เราได้รับอาจมีทั้งได้จากคนรู้จักและไม่รู้จัก เนื้อหาที่สื่อสารก็แตกต่างกันไป เราจึงต้องกลั่นกรองก่อนหากจะส่งต่อ ซึ่งการฟอร์เวิร์ดเมลที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ได้แก่ อีเมลที่มีเนื้อหาก่อให้เกิดความเสียหายให้ผู้หนึ่งผู้ใด อีเมลที่สร้างความตื่นตระหนก ตกใจ แก่คนทั่วไป อีเมลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ สถาบัน หรือเป็นความผิดด้านก่อการร้าย และอีเมลที่มีเนื้อหา ภาพลามกอนาจาร

จริงๆ แล้วการใช้งานอีเมลให้ปลอดภัยมีหลักง่ายๆ ที่สามารถปฏิบัติได้ คือ ให้ระวังอีเมลที่ส่งมาจากคนที่ไม่รู้จัก ถ้าไม่แน่ใจให้ลบทิ้งทันที อย่าเปิดไฟล์ที่แนบมากับอีเมล หากมาจากแหล่งที่ไม่น่าไว้วางใจ

อย่าฟอร์เวิร์ดเมล หรือคลิปภาพลามกหรือข้อความที่อาจทำให้ผู้อื่นเสียหาย หรือเป็นข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติและสถาบัน และหลีกเลี่ยงส่งข้อมูลที่เป็นความลับทางอีเมล และอย่าให้ข้อมูลส่วน ตัวทางเว็บไซต์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ในกรณีที่จำเป็นต้องส่งควรจะมีการเข้ารหัส หรือใช้พับลิค คีย์ อินฟราสตรัคเจอร์ และหากไม่จำเป็นไม่ควรใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นสาธารณะ ต่างถิ่น ต่างประเทศ เพราะมีโอกาสที่จะถูกดักจับข้อมูลจากคีย์บอร์ด

นอกจากนี้หากจะเข้าใช้งานในเว็บไซต์ใด ควรจะพิมพ์ชื่อเว็บไซต์นั้น ๆ ด้วยตนเองมากกว่ากดจากลิงก์ที่มีคนส่งมา เพื่อป้องกันการโดนไวรัส ในส่วนขององค์กรสามารถลดความเสี่ยงด้วยการออกกฎระเบียบในการใช้ อีเมล เพื่อไม่ให้พนักงานใช้อีเมลแบบผิดกฎหมาย ซึ่งในบางองค์กรอาจมีการทำอีเมล คอนเทนต์ มอนิเตอริ่ง เพื่อป้องกันการนำข้อมูลที่สำคัญส่งผ่านอีเมลออกไปภายนอกจากคนขององค์กร


จำไว้นะคะ ว่าอีเมลหากใช้งานถูกวิธีก็มีประโยชน์มาก ก่อนที่จะฟอร์เวิร์ดเมลอะไรควรกลั่นกรองดูซักนิด เพื่อให้เราไม่ต้องเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายค่ะ

2552/09/22

เฉพาะสายศิลป์**

*หลายคนสงสัยทำไมต้องเฉพาะสายศิลป์ ก็เพราะสายศิลป์ต้องท่องจำไวยกรณ์ ไม่ได้ท่องจำสูตร การอ่านของสายศิลป์คือการอ่านบ่อยๆให้ค่อยๆซึมเข้าไปในหัว ไม่ใช่ท่องจำถึงที่มาที่ไปของสูตร และอีกอย่างวิธีเหล่านี้ใช้ไม่ได้ในเด็กสายวิทย์*




อย่างแรกที่ต้องแนะนำ

1.กิน...ถ้าในระหว่างนี้คุณยังกลัวความอ้วนอยู่ ขอแนะนำให้ปิดหน้าต่างนี้ไปเลย ไม่ใช่ขยับปากเคี้ยวแล้วจะคิดออกนะ -*- แต่สมอง(ซึ่งถูกคุณใช้งานอย่างหนัก)ก็ต้องการสารอาหาร ควรจะเป็นของหวาน (แนะนำช๊อคโกแลต) คุณลองกินสิ จะรู้สึกมีพลังขึ้นมาอีก 25% และก็กินเข้าไปเลย กินๆๆ ไม่เป็นไร สอบเสร็จแล้วเราลดได้ นอกจากนี้ สมองยังต้องการการผ่อนคลาย ซึ่งจะกลายเป็นหัวข้อที่ 2

2.สุขภาพจิตดี... ถ้าคุณเครียดทั้งวันทั้งคืน หนำซ้ำพ่อแม่ยังนั่งเฝ้า ...ตี 2 คุณเริ่มฟุบ พ่อคุณถามว่า "จะนอนแล้วหรอ?" ...หัวคุณก็จะหมกมุ่นอยู่กับความอึดอัด ในขณะที่สายตาของคุณกวาดไปมา และสมองคุณเกร็งอย่างแรง กลับจำอะไรไม่ได้เลย คุณคิดว่าคุณเครียดแล้วจะอ่านหนังสือได้เยอะงั้นหรือ...เปล่าเลย คุณโกหกตัวเอง เหมือนเอาเชือกมารัดหัวแล้วบอกตัวเองว่า ฉันอ่านหนังสือหนักจนปวดหัวเลยนะเนี่ย...ข้อนี้แนะนำให้กินน้ำ ล้างหน้าบ่อยๆ ออกไปเดินเล่นซัก 10 นาทีคงไม่ทำให้คุณสอบตก แลกกับการชาร์จพลังสมอง...คุ้มนะ

3.สมาธิ..อย่าดูถูกวิธีโบราณ มันช่วยได้จริง...ก้อการนั่งสมาธิไงล่ะ ลองเปิดเพลงไปด้วย ถ้าคุณมีสมาธิจริงคุณจะไม่ได้ยินเสียงเพลงเลย (ไม่ใช่นั่งไปคิดไป เมื่อไหร่เพลงจะหาย..ยังงี้ไม่ได้นะคะ เพราะเท่ากับคุณนั่งฟังเพลง) คิดว่าเรามีลูกแล้วอยู่ในร่างกาย แล้วมันวิ่งขึ้นวิ่งลงช้าๆ ไปเรื่อยๆค่ะ เคยอ่านข้อสอบรอบนึงแล้วไม่รู้ว่าข้อสอบถามอะไรมั้ยคะ นั้นล่ะค่ะ คุณกำลังขาดสมาธิ หายใจเข้า-ออกยาวๆ และพยายามทบทวนอยู่เสมอว่าเมื่อกี้เราคิดอะไรอยู่ ให้จดจ่อกับเรื่องที่อ่านไปเรื่อยๆ อย่าให้เส้นสมองขาดตอนนะคะ

4.กำลังใจ...ถ้าใน 3 ข้อแรก คุณทำอะไรไม่สำเร็จเลย แปลว่าคุณขาดกำลังใจ ขาดแรงฮึดสู้ หรือง่ายๆว่า คุณไม่อยากสอบได้คะแนนดีๆ แนะนำว่าให้อ่านเยอะๆ อ่านหลายๆรอบ อ่านจนสามารถพูดสรุปออกได้เป็นฉากๆ ไม่ใช่ท่องจำ แต่มันคือการฝังลงไปในหัวที่พร้อมจะเรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้ อย่าไปมัวท่อง(ขอเน้น..อย่า!!!) อ่านบ่อยๆเท่านั้นที่ช่วยได้ อ่านครั้งแรกคุณจะรู้สึกสมองโล่งและคิดในใจว่า คุณจะจำได้ซักกี่คำกัน แต่ครั้งที่ 2 เฮ้ย!! คำนี้มันคุ้นๆ (หลังจากนั้นไปตามหาว่ามันแปลว่าไร ขอย้ำ!! ไม่ต้องท่อง) ครั้งที่ 3 คุณจะจำได้เองอย่างไม่น่าเชื่อ

สำหรับคนที่เรียนพิเศษแล้วไม่เข้าใจ...*ถ้าเป็นไปได้เวลาเรียนพิเศษ ฟังที่อาจารย์พูด ฟังทุกคำ ไม่ใช่เหม่อลอยคำที่ 2 กลับมาฟังอีกทีคำที่ 8 ...ชาติหน้าตอนบ่ายๆคงเข้าใจ แต่ก็ไม่ใช่ฟังแล้วเขียนตามคำบอก...จงฟังแล้วคิด แล้วเขียนอย่างที่ตัวเองเข้าใจ เมื่อจบคอร์สเอามาเรียบเรียงให้เป็นภาษาของคุนเอง แล้วอ่านซ้ำ(หลายๆรอบ เอาให้จำได้) เราจะรู้ได้เลยว่า อ๋อ บรรทัดนี้ อาจารย์เค้าสอนไว้ว่าไงบ้าง แค่นี้เราก็จะสามารถทำข้อสอบได้ค่ะ


2552/09/19

เปิดสุดยอด ภาพถ่ายดาราศาสตร์2009

หอกรีนิช เปิดสุดยอด ภาพถ่ายดาราศาสตร์2009

หอดูดาวแห่งกรีนิช ประเทศอังกฤษ หนึ่งในหอดูดาวหลักของโลก จัดงานแสดงภาพถ่ายดาราศาสตร์แห่งปีค.ศ.2009 (พ.ศ.2552) ร่วมเฉลิมฉลองปีดาราศาสตร์สากล 2552 เปิดโอกาสให้คนจากทั่วโลกส่งภาพถ่ายดาราศาสตร์หลายหัวข้อ เช่น โลกและอวกาศ, ระบบสุริยะของเรา, ดีพสเปซ ฯลฯ ส่งเข้าประกวดผ่านเว็บไซต์ www. flickr.com/groups/astrophoto/ พร้อมจัดนิทรรศการให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงต้นเดือนมกราคมปีหน้า

ผลงานที่โดดเด่นได้รับการกล่าวขวัญถึงในสื่อมวลชนอังกฤษแต่ละชิ้นล้วนงดงามตระการตาเกินคำบรรยาย
ดีที่สุด คือ พิสูจน์ความมหัศจรรย์แห่งห้วงจักรวาลด้วยสายตาตัวเอง!

1."เนบิวลาหัวม้า" ในกลุ่มดาวนายพราน
ช่างภาพ : มาร์ติน พิวห์, อังกฤษ
ภาพขณะกลุ่มแก๊ส ฝุ่น และวัตถุต่างๆ ในอวกาศอัดแน่นรวมตัวกัน ก่อนก่อรูปเป็น ดาวและดาวเคราะห์

2.จันทร์สีเงิน
ช่างภาพ : ไมเคิล โอคอนเนลล์, ไอร์ แลนด์
ดวงจันทร์ขาวนวลตัดกับท้องฟ้าสีเงิน มองเห็นพื้นผิวบนดวงจันทร์ชัดเจน โดยเฉพาะหลุมลาวาขนาดใหญ่ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าครั้งหนึ่งในอดีต นานมาแล้วเคยมี "น้ำ" สะสมอยู่

3.ผ่าฟ้า
ช่างภาพ : miuvincent (เว็บไซต์ flickr)
ประกายแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบแผงเซลล์สุริยะของ "ดาวเทียมเทลโก" แบบพอดิบพอดี ทำให้เกิดแสงสว่างวาบตัดกลางท้องฟ้า

4.ดาวหาง"โฮล์มส์"
ช่างภาพ : นิก โฮเวส, อังกฤษ
โฮเวสบันทึกภาพช่วงเวลาดาวหาง "โฮล์มส์" โคจรผ่านดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี ซึ่งเป็นปรากฏการณ์เกิดขึ้นทุกๆ 7 ปี ใจกลางดาวหางประกอบด้วยน้ำแข็ง หิน และก๊าซที่เย็นจัดจนกลายเป็นของแข็ง

5.พระอาทิตย์สีเลือด
ช่างภาพ : boogerfingers (เว็บไซต์ flickr)
อีกมุมมองของพระอาทิตย์ ถ่ายด้วยเทคนิคพิเศษ เพื่อจับภาพโคโรนา หรือชั้นบรรยากาศรอบนอกดวง




6.ดาราจักร"เซนทอรัส-เอ"
ช่างภาพ : ไมเคิล ซิดานิโอ, ออสเตรเลีย
เห็นเปล่งประกายอยู่ตรงกลางไกลลิบๆ คือ กาแล็กซี หรือดาราจักร "เซนทอรัส-เอ" ห่างจากเราหลายล้านปีแสง ฉากระยิบระยับด้านหน้า ได้แก่ ดวงดาวจำนวนนับไม่ถ้วน

7.แอปเปิ้ลจักรวาล
ช่างภาพ : เอริก ลาร์เซน, ไม่แจ้งประเทศ
สีชมพูหวานจ๋อยของ "แอปเปิ้ล คอร์ เนบิวลา" หรือ เนบิวลาหมายเลข เอ็ม 27 มองดูคล้ายผลแอปเปิ้ลลอยคว้างอยู่ในจักรวาล

8.แสงเขียวเรืองรอง เปรียบคันศรแห่งหมู่ดาว
ช่างภาพ : คาร์ล จอห์นสัน, แคนาดา
"ออโรร่า" หรือแสงเหนือ-แสงใต้ มักเกิดขึ้นที่ชั้นบรรยากาศ เป็นปรากฏการณ์อันเกิดจากการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างชั้นบรรยากาศโลก สนามแม่เหล็กโลก และอนุภาคจากดวงอาทิตย์

9.เส้นทางดวงดาวในหุบเขาสีน้ำเงิน
ช่างภาพ : เท็ด โดบอสซ์, ออสเตรเลีย
ภาพถ่ายท้องฟ้ายามรัตติกาลผ่านเทคนิคเปิดแช่หน้ากล้อง 30 นาที เมื่อหันมองไปทางซีกโลกใต้ สีส้มตอนล่างๆ ของภาพเป็นแสงจากไฟถนน

10.บิ๊กอันโดรเมดา
ช่างภาพ : xamad (เว็บไซต์ flickr)
กาแล็กซี หรือดาราจักรอันโดรเมดาใหญ่ เอ็ม 31 เป็นดาราจักรแบบกังหัน มีรูปร่างแบน ตรงกลางเป็นทรงกลมเป็นกระเปาะ มีแขนเหยียดออกไปหลายอันและตีเกลียวดูเป็นรูปเหมือนกังหัน ขนาดใหญ่กว่าดาราจักร "ทางช้างเผือก" ของเราเล็กน้อย

2552/09/18

เคล็ดลับสรุปการอ่านหนังสือสอบ

ช่วงนี้กำลังสอบเพื่อนๆหลายคนคงกำลังขมักเขม่นอยู่กับการอ่านหนังสือ แต่ถ้าเราอ่านหนังสือหมดทั้งเล่มหลายๆวิชามารวมกันก็คงไม่ไหวใช้มั้ยล่ะค่ะ งั้นเราลองมาดู 10 เคล็ดลับง่ายๆ แบบรวบรัดในการอ่านหนังสือสอบกัน...

1.ปิดสื่อบันเทิงทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นทีวี คอมพิวเตอร์ mp3. แล้วมีสติอยู่กับหนังสือ
2.นั่งสมาธิสัก 5 นาที ค่อยเริ่มอ่าน
3.อ่านหนึ่งรอบ แล้วสรุปแบบไม่เปิดหนังสือ
4.เช็คคำตอบว่าถูกต้องหรือไม่
5.อ่านอีกหนึ่งรอบเพื่อทบทวน
6.สรุปใหม่แต่เปิดหนังสือได้ เอาไว้อ่าน
7.ถ้าทำเป็นMind Mappingอาจจะอ่านง่ายขึ้น
8.มีเอกสารอะไรที่ครูแจก อย่าคิดว่าไม่สำคัญเอามาเปิดด้วย
9.ท่องในส่วนที่ครูพูดย้ำบ่อยๆ อย่างน้อย 5ครั้ง
10.ก่อนวันสอบห้ามหักโหมอ่านหนังสือถึงเทียงคืน เพราะสมองจะไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น
แนะนำว่าให้นอนตั้งแต่ 3ทุ้ม แร้วตื่นมาตอน ตี5 เพื่อทบทวนอีกรอบก่อนอาบน้ำไปโรงเรียน

เพียงแค่นี้เพื่อนๆก็สามารถจดจำข้อมูลก่อนที่จะสอบจิงได้แล้วค่ะ ^____^

2552/09/16

กินอย่างไร ไม่ให้ขาดวิตามิน


กินอย่างไร ไม่ให้ขาดวิตามิน (Lisa)
การรับประทานอาหารซ้ำซากอาจทำให้ขาดวิตามินได้ โดยเฉพาะวิตามินเอ และ บี ที่สำคัญยิ่งต่อสุขภาพ

วิตามิน เอ จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต้องพึ่งพาสังกะสี และวิตามินอีซึ่งได้จากไขมัน เพื่อให้ร่างกายดูดซึมวิตามินเอได้ดี นอกจากนี้วิตามินเอยังมีมากในผักใบเขียว ซึ่งมักสูญเสียวิตามินหนึ่งในสาม หากเจอกับออกซิเจนและแดด
อาหารที่มีวิตามินเอ เช่น ตับ ไขแดง ผลิตภัณฑ์จากนม ปลาเนื้อมัน เนื้อ ผักสีเขียว และสีเหลือง
อาการขาดวิตามินเอ จะมีผิวแห้งและหยาบกร้าน เล็บแตกเปราะง่ายและมีจุดขาวๆ หากขาดมากจะมองไม่เห็นในตอนกลางคืน หากขาดนานๆ จะทำให้ตาบอดได้

วิตามินบี 1 ถูกทำลายได้ง่ายเมื่อเจอความร้อนและออกซิเจน หรือระหว่างการหุงต้มก็ทำให้สูญเสียวิตามินไปประมาณ 30% จึงไม่ควรล้างผักนานและควรใช้วิธีนึ่งจะดีกว่า
วิตามินบี 1 มีมากใน ถั่วชนิดต่างๆ ข้าวกล้อง รำข้าว เนื้อหมู ไข่
อาการขาดวิตามินบี 1 ทำให้การเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตไม่ดี เบื่ออาหาร หงุดหงิดง่าย อ่อนเพลีย ขาดสมาธิ หรือคันแขนคันขา หากขาดวิตามินบี 1 มากจะทำให้หัวใจอ่อนแรงและกล้ามเนื้อเป็นแผล

วิตามินบี 2 สูญเสียได้ง่ายในน้ำ ดังนั้จึงควรรับประทานน้ำต้มด้วย แสงไฟเป็นตัวทำลายวิตามินชนิดนี้ ดังนั้นจึงควรเก็บไว้ในที่มืด
วิตามินบี 2 มีมากใน ตับ เนื้อไก่ นม ไข่ ธัญพืช
อาการขาดวิตามินบี 2 มุมปากเป็นแผล ลิ้นและเยื่อปากอักเสบ โรคโลหิตจาง ผู้ที่กินยาเม็ดคุมกำเนิดและยาต้านโรคซึมเศร้าอาจขาดวิตามินชนิดนี้

วิตามินบี 3 หรือไนอาซิน หากรับประทานยา L-Dopa พาราเซตามอล หรือ Diazepam อาจทำให้ร่างกายต้องการวิตามินบี 3 เพิ่มสูงขึ้น
วิตามินบี 3 มีมากใน ปลาเนื้อมัน เนื้อไก่ ตับ ถั่ว


อาการขาดวิตามินบี 3 มังสวิรัติ หรือ ผู้ทานโปรตีนน้อย อาจทำให้ขาดวิตามินบี 3 ได้ อาการก็คือ ซึมเศร้า ผิวแห้งแตก อ่อนเพลีย และนอนไม่หลับ

วิตามินบี 5 การทำให้สุกทำให้สูญเสียวิตามินบี 5 ถึง 50% หากแช่แข็งจะทำให้สูญเสียวิตามินบี 80% ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารสดสม่ำเสมอ
วิตามินบี 5 มีมากใน ผักเกือบทุกชนิด ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ปลา ไข่แดง ผักสีเขียว ธัญพืช
อาการขาดวิตามินบี 5 กลุ่มเสี่ยงคือ ผู้ที่ขาดอาหารโรคเบาหวาน นักกีฬา และผู้ที่ใช้แรงงาน อาการก็คืออ่อนเพลีย กล้ามเนื้อกระตุกเกร็ง คลื่นไส้ ปวดท้อง ปวดศีรษะ

วิตามินบี 6 การรับประทานยาบางชนิดจะทำให้ร่างกายต้องการวิตามินบี 6 เพิ่มขึ้น เช่น ยากันชัก วิธีป้องกันไม่ให้สูญเสียวิตามินชนิดนี้ก็คือ ไม่ให้โดนแสงแดดและถูกความร้อน
วิตามินบี 6 มีมากใน เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ วัว หมู ไข่ ปลา นม
อาการขาดวิตามินบี 6 นอนไม่หลับ ติดเชื้อง่าย อ่อนเพลีย มีปัญหาผิวพรรณ ปากแห้งแตก ลิ้นและปากอักเสบ แต่คนที่มีสุขภาพดีโดยทั่วไปมักไม่ขาดวิตามินชนิดนี้

2552/09/13

6 เคล็ดลับก่อนอาบน้ำ


1.หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด หรืออาบน้ำอุ่นนาน ๆ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ หลังอาบน้ำให้กระชับผิวด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้องเพื่อกระชับรูขุมขน

2.การอาบน้ำอุ่นก่อนนอนจะช่วยให้คุณสาว ๆ หลับสบายมากขึ้น

3.ไม่ควรอาบน้ำหลังรับประทานอาหารเลยทันทีเพราะจะทำให้ไม่สบายท้อง

4.ก่อนอาบน้ำลองจุดเทียนหอมกลิ่นโปรด และอาบน้ำอย่างละเมียดละไม แช่น้ำอุ่นสัก 15 นาที จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดประจำวันได้

5.ถ้าอาบน้ำด้วยฝักบัว ควรอาบน้ำเย็นรดตัวเป็นครั้งสุดท้าย คุณจะรู้สึกสดชื่นขึ้นทันที เพราะระบบหมุนเวียนโลหิต จะถูกกระตุ้นให้ทำงานอย่างรวดเร็ว

6.หลังเช็ดตัวควรทาโลชั่นทันที เพื่อเก็บกักความชุ่มชื่นของผิวเอาไว้

เพียง 6 เทคนิคง่ายๆนี้ก็สามารถช่วยให้คุณสดชื่น คลายเครียด และแลดูอ่อนกว่าวัยได้แล้วจ้ะ